ข่าวสารองค์กรอุณาโลม
ธงชาติไทย

ธง เป็นวัตถุใช้เป็นเครื่องหมายบอกชาติ ตำแหน่งในราชการ โดยมีกำหนดกฎเกณฑ์เป็นต้น เช่น ธงชาติ ธงแม่ทัพนายกอง ใช้เป็นเครื่องหมายตามแบบสากลนิยม เช่น ธงกาชาด บอกที่ตั้งกองบรรเทาทุกข์, ธงขาว บอกความจำนนขอหย่าศึกหรือยอมแพ้, ธงเหลือง บอกเป็นเรือพยาบาลคนป่วยหรือเรือที่มีโรคติดต่ออันตราย, ธงแดง บอกเหตุการณ์อันเป็นภัย ใช้เป็นเครื่องหมายเรือเดินทะเล คณะ สมาคม อาคารการค้า ใช้เป็นอาณัติสัญญาณ ใช้เป็นเครื่องตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริงหรือถือเข้ากระบวนแห่เป็นต้น ส่วนใหญ่ธงจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ยังมีธงสามเหลี่ยมหรือธงรูปร่างแบบอื่นต่างกันไป
ธงไตรรงค์, ธงชาติไทย
ธงชาติ หมายถึงสัญลักษณ์ของความมั่นคง การมีอธิปไตย การรวมกันเป็นหมู่เป็นพวก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมีอารยธรรมซึ่งประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้การยอมรับ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานนิยามคำว่า “ธงชาติ” ไว้ว่า “ธงที่มีความหมายถึงประเทศและชาติใดชาติหนึ่ง” แนวคิดในการจัดทำธงขึ้นใช้จึงต้องเลือกใช้สีที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เป็นมงคล ส่งเสริมเกียรติภูมิของชาติ และสามารถหลอมรวมให้คนในชาติมีความเป็นเอกภาพ
ในสมัยโบราณ ไทยยังไม่มีธงซึ่งเป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ประจำชาติเป็นของตนเอง จะเห็นจากหลักฐานในวรรณคดีเก่าที่เล่าถึงการยกทัพไทยไปทำสงครามซึ่งกล่าวเพียงว่ามีการใช้ธงสีต่าง ๆ เพื่อ เป็นเครื่องหมายประจำกองทัพเท่านั้น
ประวัติธงชาติไทย

ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น 5 แถบตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 2 ส่วน ต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้ง 2 ข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วน ต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้ง 2 ข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน เหตุที่เรียกชื่อว่าธงไตรรงค์เพราะสีที่ประกอบเข้าเป็นธงชาติมี 3 สี คือ สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน (สีขาบ) ซึ่งในพระราชนิพนธ์เครื่องหมายแห่งไตรรงค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้นิยามความหมายของธงไว้ว่า • สีแดง หมายถึง เลือดอันยอมพลีให้แก่ชาติ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา สีน้ำเงิน หมายถึง สีส่วนพระองค์ขององค์พระมหากษัตริย์ ต่อมา...
ความหมายได้กลายไปเล็กน้อย โดยสื่อความหมายถึงสถาบันหลักของชาติ 3 สิ่ง ดังนี้ สีแดง หมายถึง ชาติสีขาว หมายถึง ศาสนา ซึ่งเป็นเครื่องอบรมจิตใจให้บริสุทธิ์ สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ซึ่งทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ทั้งสามสิ่งนี้ถือเป็นคติหรือคำขวัญอย่างไม่เป็นทางการของประเทศไทยในปัจจุบัน
สำหรับประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยนั้น มีการพัฒนามาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น การใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยถือกันว่าเริ่มขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) โดยเป็นธงพื้นสีแดง และไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ในสมัยต่อๆ มา ได้มีการนำสัญลักษณ์ต่างๆ มาประดับบนธงพื้นสีแดงเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นธงสำหรับเรือหลวง ได้แก่ จักรสีขาววงใหญ่ และช้างเผือกในจักรสีขาว ส่วนเรือค้าขายเอกชนยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงเหมือนเดิม
ธงชาติอย่างเป็นทางการแบบแรกมีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2398 โดยเป็นธงพื้นสีแดง มีรูปช้างเผือกเปล่าอยู่ตรงกลาง เนื่องจากมีเหตุผลว่า ธงพื้นสีแดงเพียงอย่างเดียวไม่พอที่จะสามารถแยกแยะประเทศได้ในการติดต่อระหว่างประเทศ
ในปี พ.ศ. 2459 มีบันทึกว่า ในขณะนั้นประเทศไทยประสบกับอุทกภัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองอุทัยธานี และทอดพระเนตรเห็นธงชาติถูกแขวนกลับหัว พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า ธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนรูปแบบธงชาติอีกครั้ง โดยเปลี่ยนเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีแถบยาวสีแดง 3 แถบ สลับกับแถวสีขาว 2 แถว ซึ่งเหมือนกับธงชาติไทยในปัจจุบัน แต่มีเพียงสีแดงสีเดียว ซึ่งการเปลี่ยนธงชาติครั้งนี้ จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ซึ่งรับราชการใกล้ชิดพระยุคลบาทในขณะนั้น ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะธงชาติว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริที่จะเปลี่ยนธงชาติเป็นธงแถบสี เพราะทรงเห็นความลำบากของราษฎรที่ต้องสั่งซื้อธงผ้าพิมพ์รูปช้างมาจากต่างประเทศ และบางครั้งเมื่อเกิดความ สะเพราะติดธงผิด รูปช้างกลับเอาขาชี้ขึ้นเป็นที่น่าละอาย หากเปลี่ยนเป็นธงแถบสี ราษฎรก็สามารถ ทำธงใช้เองได้ และจะช่วยขจัดปัญหาการติดผิดพลาด
หลังจากพระองค์ได้ทรงทดลองใช้ธงริ้วขาวแดงติดอยู่ที่สนามเสือป่าหลายวัน ในที่สุดจึงตกลงพระทัยใช้สีน้ำเงินแก่ซึ่งสีส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนให้ระลึกถึงพระองค์ในวาระที่ประเทศไทยได้เข้าสู่เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ด้วย และยังแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของฝ่ายสัมพันธมิตร ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งใช้สีแดง ขาว น้ำเงินเป็นสีในธงชาติเป็นส่วนใหญ่ด้วยอีกประการหนึ่ง ธงชาติแบบใหม่นี้ได้รับพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์" และอวดโฉมต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งกองทหารอาสาของไทยได้ใช้เชิญไปเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วย
พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริว่า ธงชาติไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว ควรหาข้อกำหนดเรื่องธงชาติให้เป็นการถาวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชบันทึกพระราชทานไปยังองคมนตรี เพื่อให้เสนอความเห็นของคนหมู่มากว่า จะคงใช้ธงไตรรงค์ดังที่ใช้อยู่เป็นธงชาติต่อไป หรือจะกลับไปใช้ธงช้างแทน หรือจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลักษณะธงชาติ กับวิธีใช้ธงไตรรงค์อย่างไร ผลปรากฏว่าความเห็นขององคมนตรีแตกต่างกระจายกันมาก จึงมิได้กราบบังคมทูลข้อชี้ขาด ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชวินิจฉัยลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ให้คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติต่อไป
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลต่างๆ ยังคงรับรองให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติอยู่เช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน โดยมีการออกพระราชบัญญัติธง ฉบับ พ.ศ. 2479[5] และ ฉบับ พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายรับรองฐานะของธงไตรรงค์
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 12 มกราคม 2010 เวลา 22:00 น.)
Copyright © GEN.Pathompong @ hotmail . com
Designed by i-cons.